SleeplessToffy's profile(*$*@ToFFy ร้อนแรงทุกสัม...PhotosBlogLists Tools Help

(*$*@ToFFy ร้อนแรงทุกสัมผัส ร้อนรักทุกองศา ร้อนฉ่าทุกลีลา*$*@)

#~*...จากวันแรกที่เราพบกันด้วยความบังเอิญ และดำเนินมิตรภาพมาด้วยความตั้งใจ...*~#
August 28

Hello,stranger...

‘Hello,Stranger…’

 

1

มองออกไปอีกในช่วงสองสามสัปดาห์ต่อไปนี้ ชีวิตของผมคงคืนสู่วงจรความวุ่นวายโกลาหลงานลนตูดตามเดิม ยิ่งฉบับนี้ พี่เอก (บก. GM PLUS) ให้โอกาสผมแสดงฝีมือทำสกู๊ปด้วย บวกกับพี่บุ้ยไม่สบาย (ขอให้หายเร็วๆนะครับ) ผมจึงรับงานบางส่วนของพี่บุ้ยมาทำ ดังนั้น อย่าแปลกใจถ้า GM PLUS ฉบับตุลาคม คุณจะเห็นผลงานของผมหลายหน้าสักหน่อย

 

2

หลังจากไม่เข้าออฟฟิศมาหลายวัน ผมเดินกลับไปออฟฟิศด้วยอาการตัวลีบๆ ในมือก็เอาขนมมาฝากพี่ๆ เป็นเชิงว่า ถึงจะหายไปหลายวัน แต่ก็ยังคิดถึงกันอยู่ (ฮิ้วววว!!) อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ กลัวว่าพี่ๆจะบ่นว่าหายหัวไปไหนหลายวันก็เลยเอาขนมมาอุดปาก เอ้ย! ไม่ใช่! นึกในใจอยู่เหมือนกันว่า เอ...จะมีใครคิดถึงเราไหมนะ พอมาถึงโต๊ะทำงานก็สวัสดีคุณเชฟ แล้วก็อ้าปากรับสปาเก็ตตี้ที่คุณเชฟมาป้อนเป็นประจำ แหม...กำลังกินคุณเชฟอยู่เพลินๆก็เหลือบไปเห็นโน้ตจากพี่ยุ้ยวางอยู่ บอกว่ามีคนอ่านโทรมาถามเรื่องสกู๊ปเกย์อ้วน ให้โทรกลับเบอร์ xx-xxx-xxxx ด้วย นั่นไง! มีคนคิดถึงเราด้วยแฮะ! แต่อ่านๆไปก็ตกใจ เฮ้ย! เขาโทรมาตั้งแต่วันอังคารนี่หว่า นี่ก็ปาเข้าไปวันศุกร์แล้ว ผมเลยรีบโทรไปหาเขาเป็นการด่วน คุณเชฟครับ เดี่ยวท้อฟมานะครับ! ขอตัวไปโทรศัพท์ก่อน

 

3

ผมโทรกลับไปเบอร์ที่ว่านั้น อ้อ!...เสียงผู้ชายรับสายแฮะ น้ำเสียงเขาแปลกใจเล็กน้อยที่ผมโทรไป บางทีเขาคงนึกว่าผมลืมไปแล้ว ผมรู้สึกถึงความประหม่าได้จากน้ำเสียงปลายสายของเขา เอ...เขาคงไม่คุ้นเคยกับการคุยกับคนแปลกหน้าเท่าไรล่ะมั้ง ที่จริงผมเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันนั่นแหละที่รู้ว่ามีคนอ่าน (ตั้งแต่ทำงานมาก็ไม่เคยมีคนอ่านเขียนถึงคอลัมน์ที่ผมทำเลย...แอบน้อยใจ) แต่ด้วยงานของผมทำให้ผมพบปะคนแปลกหน้าเป็นประจำ เผลอๆต้องไปคุยเป็นชั่วโมงๆกับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ ทำให้ผมพอจะสะกดความตื่นเต้นได้ (ยกเว้นกับผู้ชายน้ำยาปรับผ้านุ่ม...อันนี้คงรู้กันดี) เขาถามผมเรื่องสถานที่ในสกู๊ปเกย์อ้วนเพราะเขาอยากลองไปเที่ยวดูบ้าง แต่เขาไม่กล้า ผมยุให้เขาไปแล้วกลับมาเล่าให้ผมฟังด้วย เราคุยกันต่ออีกเล็กน้อย ดูเขาจะผ่อนคลายมากขึ้นทีเดียว ก่อนวางหู เขาขอจดเบอร์ผมไว้ ผมบอกเขาว่ามีอะไรแนะนำนิตยสารของเราก็ยินดีนะครับ โทรมาหาผมได้เลย

 

4

และแล้วความวุ่นวายก็ถาโถมโหมใส่ดังคาด วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ ผมยังคงต้องทำงานแข่งกับเวลา งานหนังสือไม่เหมือนกับงานอื่น อย่างงานธนาคาร ทันทีที่หมดเวลาทำการ คุณก็กลับบ้านได้เลย แต่กับงานหนังสือนั้น เราอาจจะเข้างานไม่เป็นเวลา แต่เราต้องหาไอเดียกันอยู่ตลอดทุกลมหายใจ ยิ่งกว่านั้น เวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก อาจารย์สอนผมว่า ช้าไปเพียงวินาทีเดียว ข่าวของคุณก็อาจหมดความหมายได้ ผมเองก็ไม่สบายใจเท่าไรเวลาปิดต้นฉบับช้า ยิ่งคอลัมน์ของผมเป็นคอลัมน์ที่ต้องติดต่อประสานงานกับคนเยอะมาก อย่าง New Face ตอนนี้ก็เพิ่มจาก 6 คนเป็น 8 คน! ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะจัดคิวให้ได้ตรงกัน แต่มันก็ท้าทายผมดีชะมัดที่ผมจะต้องไปหาหนุ่มหน้าใหม่จากหลายวงการมาลงเดือนละ 8 คน นั่นแปลว่าผมต้องอ่านหนังสือมากขึ้น สนใจติดตามข่าวสารมากขึ้น ผมชอบนะครับ มันเป็นการบังคับให้ผมฉลาดไปในตัว แต่ถามว่าเหนื่อยไหม...มันก็เหนื่อยเหมือนกัน เมื่อบ่ายวันเสาร์ ผมได้รับข่าวร้ายทางโทรศัพท์จากคนที่ผมนัดสัมภาษณ์ลงคอลัมน์ Sex is เธอขอยกเลิกการสัมภาษณ์ เนื่องจากต้นสังกัดไม่อยากให้เธอมีภาพลักษณ์ข้องเกี่ยวกับเรื่องเพศ!! (ย่ะ! หนังเรื่องกิ๊กๆกั๊กๆที่เธอเล่นน่ะเป็นหนังจักรๆวงศ์ๆเรอะ!) โอ๊ย! เครียดโว้ย! อยากให้งานเสร็จเร็วๆ! นี่ยังเหลืองานอีกบานเบอะ ไหนจะสกู๊ปชิ้นเป้งนั่นอีก แล้วนี่ต้องนัดสัมภาษณ์คนใหม่อีก กรี๊ด! งานลนตูดอีกแล้ว!!!

 

5

เรื่องซวยยังไม่หมด ผมขับรถไปท่าพระจันทร์แต่ร้านเช่าชุดครุยดันปิดตอนบ่ายสาม แม่ง! ทำไมไม่ดูให้ดีก่อนวะ เสียตังค์ค่าทางด่วน+น้ำมันฟรีๆ ยิ่งจนๆอยู่ ผมเบิ๊ดกะโหลกตัวเองหนึ่งที (จริงๆกะจะกระโดดกัดหูตัวเองเพื่อทำโทษ...แต่ทำไม่ได้) กลับมาบ้านตั้งต้นทำงานอีกรอบแต่ไม่มีอารมณ์ทำ เคาะไม่ออกซักที ผมคงเครียดมากไปมั้ง ขณะกำลังนั่งแหง่วแกร่วอารมณ์อยู่นั้น เบอร์โทรศัพท์ไม่คุ้นเคยก็เข้ามา ใช่...เขานั่นเอง คนอ่านเรื่องเกย์อ้วนคนเดิม เขาถามผมด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า เอาเพื่อนผู้หญิงไปเที่ยวด้วยจะแปลกไหม แหม...เขาไม่ได้ห้ามซะหน่อยนี่ครับ เขาบอกกับผมว่าเขาเป็นเกย์ แต่ไม่มีใครรู้เลย และเขาก็ไม่มีเพื่อนแบบนี้สักคนก็เลยเหงาๆ อยากลองไปเที่ยวแต่ก็ไม่รู้จะไปไหนหรือไปกับใคร ดูเหมือนเขาจะรู้สึกโล่งใจมากขึ้นที่เขาได้คุยกับคนแบบเดียวกัน เขาขอผมเป็นเพื่อน แล้วเรื่องอะไรผมจะปฏิเสธล่ะ ผมมารู้เพิ่มอีกว่าเขาเป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเดียวกับผม โลกกลมจังแฮะ! เขาบอกผมว่า เขาอยากมีแฟนเหมือนกัน เขาชอบคนอายุมากๆ ยิ่ง 40-50 ยิ่งดี ผมหัวเราะลั่น ฮ่าๆ งั้นก็ดีเลย เราจะได้ไม่ต้องแย่งกันเอง ผมบอกเขาว่า ถ้ามีอะไรก็โทรหาผมได้เลยนะ เพราะผมเป็นเพื่อนคุณ (เขาห้ามผมเรียกพี่...คงกลัวแก่นี่เอง) น้ำเสียงของเขาตอนนี้ดูสดใสขึ้นมากกว่าเดิมเยอะ นั่นแหละที่ทำให้ผมสบายใจ อย่างน้อยผมก็ทำให้เขามีความสุข และผมก็มีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกคน

 

6

ผมกลับมาคิดว่า แม้ผมจะรักการอ่านหนังสือแค่ไหน แต่ผมไม่เคยสักครั้งที่จะเขียนจดหมายถึงนิตยสารเล่มนั้น ผมเคยคิดจะเขียนถึงนิตยสาร POP แต่เขาก็ปิดตัวหนีผมไปซะก่อน ครั้งแรกที่เจอพี่หนุ่ม โตมรที่มหาวิทยาลัย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่นั่งข้างๆผมคือบรรณาธิการนิตยสาร GM ที่ผมชอบมาก ทุกวันนี้ผมมักจะตื่นเต้นเสมอว่าพี่เอกเอาจดหมายของคนอ่าน (เกือบเขียนว่า จดหมายไทร่า อิอิ) มาแปะไว้ ทุกครั้งที่ผมเดินผ่านตรงนั้น จะต้องคอยลุ้นว่ามีจดหมายใหม่ๆ มาถึงหรือเปล่า ผมชอบอ่านจดหมายของพวกเขาโดยเฉพาะที่เขาบรรจงเขียนใส่กระดาษมาเอง บางคนก็ดทรศัพท์มาถามไถ่อย่างคุณคนนี้ ผมรู้สึกถึงได้ถึงมิตรภาพของคนแปลกหน้า เขาเป็นใครก็ไม่รู้จัก แต่เราต่างก็มีหนังสือเล่มเดียวกันเชื่อมร้อยมิตรภาพนี้อยู่ เราก็เลยไม่ใช่คนแปลกหน้าของกันและกันตั้งแต่นั้น มันคงตื่นเต้นดีนะครับ เวลาเขียนจดหมายถึงคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าแต่คอยเห็นความเป็นไปของเขามาเรื่อยๆ อาจต้องรออีกเดือนหนึ่งกว่าจะได้กลับมาคุยกันผ่านหน้ากระดาษอีกครั้งหนึ่ง ผมรักงานผมก็ตรงนี้ มันทำให้ผมได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆเสมอ และข้อความจากพวกคุณนั่นแหละครับที่ทำให้พวกเรามีกำลังใจทำงานลนตูดนี้ต่อไปอย่างมีความสุข ว่าแล้วก็ต้องบอกว่า....พบกันทุกต้นเดือนตามแผงนะครับ (อิอิ...ขายกันเห็นๆ)

August 12

อย่าบังคับขืนใจให้รักแม่

อย่าบังคับขืนใจให้รักแม่

 

 

                    พอถึงวันแม่ทีไร โรงเรียนจะต้องมี พิธีกรรมบูชาแม่ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการขูดรีดบีบเค้นน้ำตาและความซาบซึ้งถึงทรวงจากแม่ลูก โดยกะเกณฑ์บรรดาคุณแม่ทั้งหลายให้นั่งเรียงรายเป็นทิวแถวบนเวที แล้วกวาดต้อนลูกๆ คลานขึ้นไปกราบแทบเท้าแม่ และมอบดอกมะลิ ปิดท้ายด้วยการร่วมร้องเพลง ค่าน้ำนมและ ใครหนอ ตามธรรมเนียมจึงเป็นอันจบพิธีกรรม รวมไปถึงการประกวดแต่งคำประพันธ์ การอ่านทำนองเสนาะ การประกวดภาพวาด และอีกสารพัดการแข่งขันเพื่อสรรเสริญเทิดทูนบุญคุณแม่ ราวกับว่าเด็กที่ชนะเลิศการประกวดมีความกตัญญูกว่าใครทั้งมวล

 

                    ท่ามกลางไออุ่นกรุ่นกลิ่นความรักและดอกมะลิสีขาวบริสุทธิ์นั้น เราอาจกำลังหลงลืมว่า นี่อาจเป็นการสร้างรอยแผลร้าวลึกกลางใจของเด็กที่ไม่มีแม่ ไม่ว่าจะถูกทอดทิ้ง แม่เสียชีวิต พ่อแม่แยกทางกัน ถูกทำร้ายทุบตี หรืออะไรก็ตาม ท่อนหนึ่งของเพลง เรียงความเรื่องแม่สามารถอธิบายสภาพปัญหาดังกล่าวได้ดี กอดแม่อุ่น จริงๆ มันจริงไหม เด็กที่ไม่มีแม่ซึ่งถูกมองข้ามกลุ่มนี้ บางคนถูกแม่ทอดทิ้งหรือทำร้ายทารุณ ย่อมมีความฝังใจและให้ความหมายของคำว่า แม่ที่ต่างออกไปอยู่แล้ว จะมาบังคับให้พวกเขาป่าวประกาศบอกรักแม่ปาวๆ ทำไม มันยิ่งตอกย้ำให้พวกเขารู้สึกขัดแย้งและทับถมว่าตัวเองมีปมด้อยที่เหมือนใครเข้าไปอีก จนหลายคนแทบจะอยากหายไปจากโลกนี้ในวันแม่เสียเลย

               ไม่เพียงเท่านั้น การจัด พิธีกรรมบูชาแม่วิธีดังกล่าว ยังเป็นการยัดเยียดบีบบังคับให้แม่ลูก แสดงออก ว่ารักกันตามแบบอย่างของอุดมการณ์ว่าด้วยครอบครัวในจินตนาการ จริงอยู่ว่าความรักเป็นสิ่งงดงาม แต่ในเมื่อมันเป็นเรื่องความรักของแม่และลูก มันจำเป็นต้องมา แสดงออกอย่างประดักประเดิดกลาง เวที เพื่อประกาศให้คนอื่นรู้ว่าลูกกตัญญูเช่นนี้เชียวหรือ ตกลงเราต้องการให้แม่รู้ว่าเรารักแม่หรือต้องการให้คนอื่นรู้ว่าเรารักแม่กันแน่ ลูกบางคนอาจจะรู้สึกขัดเขินด้วยซ้ำที่ต้องไปกอดแม่ หอมแม่ดังฟอด อย่างที่สังคมให้ภาพ ลูกที่น่ารักไว้ ไม่เพียงแต่ลูกเท่านั้น แม่บางคนยังเขินกว่าลูกด้วยซ้ำ ขืนให้มาบังคับให้ทำแบบนี้มีอันต้องขำก๊ากฮาแตกทั้งแม่ทั้งลูกกันพอดี นั่นก็เพราะครอบครัวของเขาหล่อหลอมมาจากความรักที่ไม่ถูกจำกัดเพียงแค่การแสดงออกทางกายภาพ ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าลูกจะไม่รู้เลยว่าแม่รัก เพียงแค่แม่ไม่ได้บรรจงจูบบนหน้าผากตอนราตรีสวัสดิ์ หรือเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนอย่างที่สื่อชอบเสนอภาพนักหนา แม่เองก็ไม่ได้ต้องการให้ลูกมามอบดอกมะลิให้เพื่อ โชว์ใครบนเวที หรือให้ลูกมาเขียนเรียงความสำนึกบุญคุณแม่อย่างที่ภาครัฐชอบให้ทำกันนัก

                เป็นเพราะว่า สังคมให้ความสำคัญกับ รูปแบบ มากกว่า เนื้อหาและยิ่งไปกว่านั้นเรายังไปให้คุณค่ากับ รูปแบบเพียงไม่กี่รูปแบบเท่านั้น นี่เป็นการผลิตวัฒนธรรมความรุนแรงเชิงโครงสร้างอย่างหนึ่ง ผ่านระบบกลไกการสร้างความแตกต่างแปลกแยก ที่ทำให้เรานิ่งเฉยและมองข้ามความแตกต่างหลากหลายของเพื่อนร่วมสังคม กีดกันและถีบส่ง คนที่ไม่เหมือนเรา ให้อยู่ริมชายขอบสังคมที่ต้องการ ความเหมือน จะว่าไปก็คล้ายกับที่เราประสบปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั่นแหล่ะ

                    ความรักย่อมเกิดจากความผูกพันผ่านวันเวลาที่ใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ให้ใครมารณรงค์ให้มารักกันตามเทศกาล อย่าใช้ พิธีกรรมวันแม่มาบังคับขืนใจลูกให้รักแม่ แต่จงให้แม่ลูกได้เรียนรู้ความสัมพันธ์และตระหนักถึงคุณค่าของกันและกันด้วยตัวเองดีกว่า

January 29

เมื่อ "บ้าน" ไม่ใช่ "ครอบครัว"

เมื่อบ้าน ไม่ใช่ ครอบครัว...

28 มกราคม 2548

ถึง...ท้อฟฟี่

            ความอดทนพังครืนลงมาพร้อมกับน้ำใสๆที่ไหลร่วงรินล้นสองตาอาบแก้ม แววตาที่หมองหม่นมืดมัวคู่นั้นเป็นคู่เดียวกับที่เคยฉายประกายความสดใสหรือ? รอมยิ้มแสนซุกซนนั่นเล่าหายไปไหนจากใบหน้าทะเล้นของท้อฟ ทำไมถึงปล่อยให้ความเศร้าเข้าครอบครองท้อฟเช่นนั้นล่ะ...

            เรารู้ว่าท้อฟกำลังเครียดที่ที่ บ้าน ไม่เข้าใจท้อฟ เรารู้ว่าท้อฟเหนื่อยใจและอึดอัดกับการบีบคั้นของ เขา เรารู้ว่าท้อฟท้อแท้ ไม่งั้นท้อฟไม่ตั้งคำถามหรอกว่า "การเป็นคนดีมันไม่เพียงพอสำหรับลูกที่ดีหรือ..."   

            แต่ไม่เป็นไรน บ้าน ของท้อฟอาจจะอยู่ที่นี่ แต่ ครอบครัว ของท้อฟอยู่ที่เอกสิ่งพิมพ์ คณะวารสารศาสตร์ฯ ม.ธรรมศาสตร์ไง ที่ที่ทำให้ท้อฟได้สัมผัสถึงความอบอุ่นของ ครอบครัว เป็นครั้งแรกในชีวิต...

ครอบครัวสิ่งพิมพ์ ที่พรั่งพร้อมล้อมรอบด้วยมิตรภาพและความอาทรเข้าใจกันและกัน...

ครอบครัวสิ่งพิมพ์ ที่รักและยอมรับในทุกแง่มุมที่ท้อฟเป็นด้วยใจจริง...

ครอบครัวสิ่งพิมพ์ ที่มี อ.รุจน์ (ที่ท้อฟรักและเคารพที่สุดในชีวิต) อ.มาลี (รอท้อฟกลับมาเป็นอาจารย์ที่คณะอยู่) อ.แป๋ม (คอยอ่านบลอคอยู่) อ.แก้วกาญจน์ อ.ทอม อ.โชติมา และ อ.พจนา ซึ่งทุกท่านคอยให้ความรู้ควบคู่กับความรักแก่พวกเรา ครอบครัวสิ่งพิมพ์...

ครอบครัวสิ่งพิมพ์ ที่มีเพื่อนๆ ที่น่ารัก มีเข็ม (ดูโอสุดที่รัก) เฟื่อง (กิ๊กเก่าตาโตจนท้อฟมีปมด้อย) เก๋ (ที่คอยดูแลท้อฟ) แป๊ก (เข้มแข็งไว้ ไม่งั้นไม่ยอมดูดวงให้นะ) พัดชา (บอกว่าจะหันมากินอาหารเพื่อสุขภาพแล้วนะท้อฟ) วา (อ่อนแอแบบนี้ วาวีนใส่ท้อฟตายเลย) จ๊อบกับผึ้งและเม (รอท้อฟไปกินเหล้าด้วยกันอยู่) แพน (สดใสเข้าไว้ จะให้ขึ้นปก Knock Knock!) อาร์ม (รอท้อฟดูแอนนาเป็นเพื่อนอยู่นะ) ออม (ท้อฟไม่อยากไปกวนตีนออมอีกเหรอ) ฝ้ายและแก้ม (มากันเป็นคู่)เก๋ยกับเฮี้ยง (หลบม็อบสนธิมาเป็นกำลังใจให้) เพื่อนทุกคนที่ท้อฟรักไง

ครอบครัวสิ่งพิมพ์ ที่ท้อฟเป็น พี่ท้อฟฟี่ ของเด็กๆปีสาม ทั้งเทหญ้า นีน่า เจี๊ยว น๊อต มายด์ เต้ พลอย ป๊อบ แอ๋ม บียอนเซ่ กานต์ ฯลฯ

       ไม่เพียงเท่านั้น ท้อฟยังมี คนรัก ที่คอยมอบความรักและเป็นขุมกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ ไหนจะเพื่อนๆที่สาธิตเกษตรอีกล่ะ มีพี่โน้ตด้วย เห็นไหมว่าท้อฟไม่เดียวดายอ้างว้างเลย...

อย่าให้ เขา เห็นน้ำตาของท้อฟนะ อย่าให้ เขา รู้ว่าเขาทำให้ท้อฟอ่อนไหวได้สำเร็จ อย่ายอมแพ้ให้ เขา พรากกำลังใจไปได้...

            จงเข้มแข็งไว้ กัดฟันอดทน กอดตัวเองไว้ให้แน่น อย่าเพิ่งหมดหวังนะ อีกไม่นานห่าฝนที่เลวร้ายก็จะพ่ายพ้นไป อาจจะต้องทนหนาวต้องเปียกปอนหน่อย แล้วสายรุ้งที่งดงามจะปรากฏให้ท้อฟเห็นตรงหน้า

            ไม่สำคัญหรอกนะว่าคนอื่นจะมองท้อฟอย่างไร ตราบใดที่ท้อฟเคารพรักและศรัทธาในตัวตนที่แท้จริงของท้อฟ ท้อฟจะสามารถยืนหยัดผ่านพ้นพายุแห่งอุปสรรคนี้ได้อย่างภาคภูมิ ...

            ที่สำคัญ ท้อฟไม่ได้เดียวดายนะ อย่างน้อยก็เราคนหนึ่งล่ะที่จะไม่มีวันทอดทิ้งท้อฟ ยังมีคนที่รักท้อฟอีกมาก... แม้จะไม่ใช่ที่ บ้านก็ตาม

            ท้อฟไม่ชอบเห็นคนอื่นเศร้าไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมวันนี้เป็นท้อฟเองล่ะที่มีน้ำตา มันไม่ใช่ท้อฟคนที่เรารู้จักเลย...

จำเพลงนี้ได้ไหม เพลงที่ท้อฟชอบฟังทุกครั้งที่ท้อฟท้อแท้ไง...

 

“You are beautiful no matter what they say

Words can’t bring you down

You are beautiful in every single way

Words can’t bring you down

So don’t you bring me down today…”

Beautiful – Christina Aguilera

           

ใช่แล้วล่ะ ไม่ว่าใครจะมองว่าอย่างไร ท้อฟก็ยังคงมีคุณค่า อย่าให้คำพูดใดๆมาฉุดรั้งเราให้ยอมศิโรราบได้ อย่าย่ำยีดูถูกตัวเองแบบนั้นสิ...

       เราเชื่อว่าวันหนึ่ง บ้าน ของท้อฟจะเป็นเหมือน ครอบครัว ของท้อฟ แต่ต่อให้ไม่มีวันนั้น ก็พึงระลึกไว้นะว่าท้อฟยังมี ครอบครัวสิ่งพิมพ์อยู่เสมอ

ยิ้มให้ตัวเองหน่อยสิ

รักนะ...แต่ไม่แสดงออก

จาก...ท้อฟฟี่ "ร้อนแรงทุกสัมผัส ร้อนรักทุกองศา ร้อนฉ่าทุกลีลา เริงร่าทุกนาที"

 

ปล. เรารออ่านสารนิพนธ์เรื่อง Sexuality ของท้อฟอยู่นะ

January 01

Especially for you...

 

            ปีที่ผ่านมาคงจะเป็นปีที่ไม่มีความหมายและคุณค่า หากปราศจากบุคคลอันเป็นที่รักเหล่านี้ที่ร่วมกันเติมแต่งสีสัน และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ท้อฟ วันนี้ท้อฟขอรำลึกถึงทุกคนด้วยความรัก และขอสดุดีให้กับหัวใจอันยิ่งใหญ่ของทุกคน

 

ขอบคุณครอบครัว...

                     ระยะทางไม่เคยเป็นอุปสรรคของความคิดถึง แม้เราไม่ได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า แต่เราก็ยังคอยดูแลความรู้สึกของกันและกันอยู่ห่างๆ  

ขอบคุณพี่โอ๋...

            พี่ที่แสนดี นับจากวันแรกที่เราพบกันกันโดยบังเอิญ จวบจนทุกวันนี้ พี่โอ๋ยังคงเป็นกำลังใจที่สำคัญของ ฟี่ เสมอมา ขอบคุณที่ทำให้ฟี่เรียนรู้ที่จะเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น ขอบคุณทุกสิ่งดีๆที่มอบให้กัน ทุกคำที่พี่โอ๋เคยให้เป็นกำลังใจ ฟี่จำได้ขึ้นใจเสมอ แม้เราจะไม่ค่อยได้พบกัน แต่ฟี่ก็ยังคงอธิษฐานให้พี่โอ๋มีความสุขอยู่เสมอ ถ้อยคำใดๆคงไม่สามารถบรรยายความรู้สึกที่มีได้ทั้งหมด เพียงแค่อยากบอกว่า น้องคนนี้รักและเป็นห่วงพี่นะครับ พี่โอ๋เป็นคนเดียวจริงๆ และจะเป็นคนเดียวตลอดไปที่เรียกท้อฟฟี่ว่า ฟี่...              

ขอบคุณเข็ม...

           “ดูโอโง่คู่ ของเรา เข็มเป็นเพื่อนที่เรารักมากถึงมากที่สุด การทำงานร่วมกันทุกครั้งคือความตื่นเต้นท้าทายเสมอ เราเป็นคู่หูที่เติมเต็มในกันและกันได้ลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ วันไหนที่ไม่มีคุณ เราจะรู้สึกเคว้งคว้างอย่างบอกไม่ถูก และวันไหนที่มีคุณอยู่ จะเป็นวันที่เรามีความสุขมาก ขอบคุณสำหรับความเข้าใจที่มีให้กันเสมอมา บางทีเราอาจจะเกิดมาเพื่อกันและกันก็ได้   

ขอบคุณอ.รุจน์...

            อาจารย์ได้มอบ ชีวิตใหม่ ให้กับผม วันหนึ่งผมจะเป็นอาจารย์ที่ดีแบบอาจารย์ให้ได้ครับ

ขอบคุณน้องๆปีสาม เอกสิ่งพิมพ์...

           น้องๆทุกคนเป็นน้องที่น่ารักมาก (แม้บางคนจะแก่กว่าเราก็เถอะ) พี่มีความสุขทุกครั้งที่ไปห้องไทยรัฐ ขอบคุณที่รักในความ ซีบร้า ของพี่

ขอบคุณเพื่อนๆ เอกสิ่งพิมพ์...

           เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมทำงานกับพวกคุณ สำหรับเราแล้ว ทุกคนคือ ครอบครัว ของเรา ขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่มีให้กันเสมอมา

        เฟื่อง...เฟื่องเป็นผู้หญิงที่เท่ที่สุดที่เราเคยพบ

        เก๋...ขอบคุณสำหรับ ความเป็นแม่ ที่มีให้เพื่อนดื้อๆคนนี้

        ผึ้ง...แล้วเรื่องอะไรล่ะที่เราจะไม่รักแกอย่างที่แกเป็น คำพูดของแกคำนี้ทำให้เรารักแก

        แป๊ก...ขอบคุณที่คอยดูดวงให้เรา และคอยสอนสั่งทางอ้อมผ่านการดูลายมือ

        พัดพัดเป็นผู้หญิงที่น่ารักแก่นแก้ว ขอบคุณที่อดทนต่อการไม่ตรงต่อเวลาของเรา

        ออม...ขอบคุณต่อความอดทนในการทำงานยามวิกาล และความซีบร้าของเรา อิอิ

           วา...ความเจ้าระเบียบของแกทำให้เราตื่นตัวตลอดเวลาในการทำงาน (เพราะกลัวแกด่า)

           จ๊อบ...ขอบคุณที่เป็นหนึ่งในบรรดาเพื่อนชายจำนวนน้อยนิดที่น่ารักของเรา

           ฯลฯ ถึงแม้ไม่ได้กล่าวถึง แต่ก็ยังรักทุกคนนะครับ

ขอบคุณแป๊ด...

            วันเวลาไม่เคยลบเลือนมิตรภาพของเราได้เลย แกยังคงเป็นเพื่อนที่เรารัก และรอคอยจะได้เป็นเพื่อนเจ้าสาวอย่างที่แกเคยขอไว้ (แค่กลัวว่าคนอื่นจะคิดว่าแกมีผัวสองคนก็เท่านั้น) หากขาดกำลังใจจากแกไป เราก็คงแย่ เราจะคอยดูแลกันและกันแบบนี้ตลอดไป

ขอบคุณแมม...

            เกือบ 10 ปีแล้วที่ได้รู้จักแมม แมมคือส่วนหนึ่งของความทรงจำตั้งแต่วัยเยาว์จนถึงวัยยาน หลังจากผ่านพ้นความบาดหมาง เราดีใจที่สุดท้ายความขัดแย้งนั้นไม่อาจทำลายเยื่อใยของมิตรภาพระหว่างเราได้ ทุกวันนี้เรารักแมมมากกว่าเดิม ขอบคุณที่แมมรักเราอย่างที่เราเป็น 

ขอบคุณวิมลิน...

ตอนที่เราชอบวิ เราไม่เคยบอกรักวิแม้แต่ครั้งเดียว นั่นเป็นเพราะอายและกระดากในความอ่อนโยนอันเกินกว่าเพื่อนจะให้กัน เมื่อเวลาผ่านไป เราเองก็มีเรื่องบางอย่างที่อยากจะบอกกับวิ วันนี้เราได้บอกวิแล้วทางโทรศัพท์ เราดีใจที่วิเข้าใจและยอมรับเรา วิยังคงเป็นเพื่อนที่น่ารักอย่างเก่า สำหรับเราแล้ว วิเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายที่เราเรียกได้เต็มปากจริงๆว่า รักและมันจะเป็นแบบนั้นตลอดไป   

ขอบคุณพีช เอื้อง อู๋ ดวง...

          ทั้งๆที่ตอนมัธยมเราไม่ค่อยสนิทกันนัก แต่ตอนนี้ดูเราจะสนิทกันมากกว่าเดิม ในขณะที่เพื่อนคนแล้วคนเล่าค่อยๆจากไป พวกแกกลับเข้ามาทำให้เราได้รู้จักโลกในอีกมุมหนึ่งซึ่งไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็น ขอบคุณที่ไม่ลืมเราทุกครั้งในการดื่มสุราและการเที่ยว

ขอบคุณผู้อ่านสเปซทุกคน...

การเขียนสเปซช่วยกล่อมเกลาให้ท้อฟมีจิตใจที่อ่อนโยนมากขึ้น ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านและฝากความคิดถึงเอาไว้ ถ้าไม่มีพวกคุณ ท้อฟก็คงไม่มีกำลังใจจะเขียนต่อ ขอโทษทีที่เขียนยาวอยู่เรื่อยนะครับ

ขอบคุณ บางคนที่เคยทำร้ายจิตใจกัน

            ความเจ็บปวดที่พวกคุณเคยฝากไว้ไม่เคยสูญเปล่า เพราะมันบ่มเพาะให้ท้อฟเข็มแข็งเกินกว่าที่คุณปรามาสไว้โดยการกระทำของคุณ ถ้าจะต้องฝ่าฟันกับความเลวร้ายขนาดนั้น เพื่อให้ผ่านพ้นมาพบกับความรักของ คนผู้นั้น ...ท้อฟก็น้อมรับในความเจ็บปวดนั้นด้วยความยินดี

และสุดท้ายแต่สำคัญ ขอบคุณ คนผู้นั้น...

            ถ้าเราต่างไม่หันมามอง พลาดทุกอย่างเพียงเสี้ยวนาที...ท้อฟนึกไม่ออกจริงๆว่าชีวิตจะเป็นอย่างไร ถ้าคุณไม่ได้อยู่บนรถไฟฟ้าขบวนนั้น หรือหากท้อฟวิ่งไปไม่ทัน ป่านนี้ชีวิตของท้อฟคงยังเงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวอยู่อย่างเดิม

            ตลอด 2 เดือนกว่าที่มีคุณเข้ามาในชีวิต เป็นช่วงเวลาที่ท้อฟมีความสุข ไม่น่าเชื่อว่าเพียงระยะเวลาไม่นาน กลับมีความทรงจำมากมายระหว่างเรา นับจากนี้ หากจะเกิดเรื่องเลวร้ายใดๆในชีวิต ท้อฟจะไม่กลัว เพราะท้อฟจะมีคุณคอยเคียงข้างและก้าวเดินไปพร้อมๆกัน

            ท้อฟดีใจที่เรา หากันจนเจอ ในที่สุด...

 

            ขอบคุณอีกครั้งจากใจจริงครับ

             

           

December 30

คิดถึงจังครับ...

10 เพลงที่ท้อฟรัก และเป็น ท้อฟ มากที่สุด Vol. 5-7

เราอาจจะรู้จักกันมากขึ้นผ่านเพลงที่ท้อฟชอบ ไม่ใช่เพียงความไพเราะ แต่เพราะบทเพลงเหล่านี้มีส่วนเสี้ยวของตัวตนของท้อฟ และมีความทรงจำมากมายอันน่าจดจำแฝงอยู่ในแต่ละเพลง ทุกเพลงจึงเป็นมากกว่า เพลง ...แล้วคุณจะรู้จักท้อฟมากขึ้น

 

แอบโปรโมต...ตอนนี้บทความของท้อฟได้ลงเว็บสำนักข่าวประชาไทแล้วนะครับ อาจจะไม่ค่อยคุ้นเคย เพราะเป็นบทความที่ใช้มุมมองเรื่องเพศสภาพ (Gender) เข้ามาจับ จะพูดถึงบุคคลที่มีความโดดเด่นในรอบปีครับ ของท้อฟทำเรื่องแหม่ม คัทลียา เป็นอีกด้านของท้อฟน่ะครับที่สนุกกับการเรียนรู้เรื่องเพศสภาพ อาจจะฟังดูวิชาการหน่อย แต่จริงๆแล้วไม่ใช่คนซีเรียสขนาดนั้นนะครับ ลองอ่านดูตามลิงค์นี้นะครับ

 

http://www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ContentID=2038&SystemModuleKey=HilightNews&System_Session_Language=Thai

 

เพลงที่ผ่านไปแล้ว หมอกหรือควัน ถนนสายนี้ สายน้ำไม่ไหลกลับ ไม่หลับไม่นอน

 

สวัสดีครับ

            ขอโทษทีที่หายไปนาน กว่า 2 อาทิตย์ที่เงียบไปนั้นท้อฟแอบหลบไปพักผ่อนยาวๆ ที่หาดใหญ่กับพัทยาครับ

            ถ้าถามว่าไปทำอะไรที่นั่น หลักๆก็คือนอนครับ หมกตัวอยู่แต่ในโรงแรมทั้งวันทั้งคืน คงเพราะไม่หลับไม่นอนมานาน นี่จึงเป็นการนอนที่ยาวนานมาก ราวกับโหยหามันมาตลอดจนต้องหวงแหนมันไว้ไม่ปล่อยวางแม้สักวินาทีแห่งการนอน

ตอนที่ไปหาดใหญ่เพื่อเยี่ยมพี่ชายนั้นเป็นช่วงก่อนน้ำท่วมครับ แต่ระหว่างนั้นฝนก็เริ่มตกแล้ว เรียกว่าตกทั้งวันทั้งคืนก็ว่าได้ครับ ท้องฟ้าจะเป็นสีหม่นอมเศร้า เมฆครึ้มบดบังพระอาทิตย์ หยาดฝนเกาะเป็นฝ้าพราวบนกระจก มองแล้วสวยแบบเหงาๆ อย่างบอกไม่ถูกจนตกหลุมรักบรรยากาศแบบนี้ทันทีที่ไปถึง ชอบจังเลยครับ...

 

ท้องฟ้ามันครึ้ม มันครึ้มออกอย่างนี้ มันเหงาทุกทีที่ได้มอง ใจมันหาย

เสียงฟ้ามันร้อง หยาดฝนหล่นเป็นสาย ยิ่งหวั่นไหวยิ่งทำให้สับสน

เสียดาย ธงไชย แมคอินไตย์

 

เพลงนี้ชื่อเพลง เสียดาย ครับ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่านี่เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีที่สุดของป้าเบิร์ด ไม่ต้องแปลกใจครับถ้าคุณไม่รู้จักเพราะมันไม่ค่อยดังเท่าไร

เคยมีคนบอกว่าเพลงนี้เป็นเพลงประเภท หน้าชื่นอกตรม ครับ ถ้าถอดเฉพาะคำร้องออกมา เพลงนี้เป็นเพลงที่เศร้าได้ใจทีเดียว แต่แปลกที่มันไปได้ดีกับทำนองหนึบๆ ชวนให้อารมณ์ดี ท้อฟก็คงเป็นแบบนั้นมั้งครับถึงชอบเพลงนี้ เพราะรู้สึกว่าความเหงามันก็หลอมรวมไปได้ดีกับความอารมณ์ดีมีชีวิตชีวาของเราเหมือนกันแฮะ

เสียดาย... เวลาได้ยินคำนี้ทีไรใจหายทุกทีเลย ไม่รู้ว่าคุณจะมีเรื่องให้ เสียดาย ไหม ถึงแม้ว่าเราจะทำดีที่สุดแล้วในช่วงเวลานั้น แต่มันก็อด เสียดาย ไม่ได้นี่ครับเมื่อมันจากไปจริงๆ และบางครั้งที่เคยคิดว่าทำดีที่สุดแล้ว เอาเข้าจริงเราก็ยังทำได้ไม่เต็มที่เท่าไร

นึกถึงเพื่อนๆบางคนครับ จำได้ว่าตอนจบม.6 เรากอดคอกันร้องไห้ร้องห่มจะเป็นจะตายเมื่อต้องลาจากกัน ต่างสัญญามั่นว่าจะไม่ลืมเลือนความรักของกันและกัน เขียนเฟรนด์ชิปบรรยายมิตรภาพแห่งความหลังจนสวยหรู...

แล้ววันเวลาและระยะทางก็ค่อยๆทำให้คนแล้วคนเล่าลางเลือนและถูกลบเลือนไปในที่สุด บางคนจนป่านนี้ก็ไม่เคยได้เจออีกเลย บางครั้งมานั่งดูรูปถ่ายรวมรุ่นแล้วใจหายที่ลืมชื่อจริงของเพื่อนบางคน (จำได้แค่ชื่อพ่อแม่) ที่หลงเหลืออยู่ก็แทบไม่ได้เห็นหน้า เราต่างแยกย้ายไปมีชีวิตของตนเองที่ไม่ข้องเกี่ยวกับกันและกัน

แต่ก็ยังดีใจครับ ที่ยังมีเพื่อนสมัยเรียนสาธิตเกษตรบางคนที่เราต่างดูแลกันและกันเสมอ อย่างแป๊ด เพื่อนสาธิตเกษตรที่รักที่สุด แมม ซึ่งทุกวันนี้ดูเหมือนว่าเราจะสนิทกันมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ และยังต้องขอบใจในความมีน้ำใจของพีช เอื้อง อู๋ และดวง ซึ่งคอยโทรมาชวนไปสังสรรค์ยามค่ำคืน แม้กระทั่งชวนทำบุญ (ขอโทษทีที่ไม่ค่อยได้ไปเจอ แต่ต่อไปจะพยายามไปหาบ่อยๆ)

ไม่เพียงแต่เพื่อนเท่านั้น แต่ในชีวิตจริงเมื่อวันและวัยล่วงเลย เราก็ยิ่งหลงลืมทำใครตกหล่นไปจากความทรงจำ และละเลยความรู้สึกของใครบางคนมากขึ้น ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเสียดายที่กลายเป็นคนแบบนี้

จะโทษเวลาและระยะทางคงไม่ได้ ถ้าใจเราหมั่นคอยดูแลกันและกันอยู่เสมอ...ว่าไหมครับ     

ท้องฟ้าในวันนี้มันก็สวยดีครับ แต่ เสียดาย...ที่วันนี้ไม่มีเธออยู่ ฟ้าคงจะสวยกว่านี้ ถ้ามีบางคนนอนมามองฟ้าด้วยกันเหมือนเก่า

คิดถึงท้องฟ้าในวันนั้นจังครับ

 

อยากเห็นท้องฟ้าเป็นอย่างวันนั้น อยากขอให้เป็นดังเดิมทุกอย่าง

อยากขอให้เป็นไปอย่างที่หวัง ให้เหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่ง

 

ท้องฟ้าที่พัทยาก็เช่นกันครับ แม้ฝนจะไม่ตก แต่ท้องฟ้าก็หม่นๆอมเศร้าอยู่ตลอดเวลา อากาศก็เย็น ลมพัดซัดความหนาวมาให้ตลอดจนต้องใส่แจ๊กเก็ตตลอด ไม่ค่อยเหมือนมาเที่ยวทะเลเลยว่าไหมครับ

คุณรู้ไหมครับ นี่เป็น 2 อาทิตย์ที่ท้อฟมองไม่เห็นพระอาทิตย์เลยสักวันครับ

 

ฟ้า...ที่ยังรอดวงตะวันขึ้นมาใหม่ ไม่ต่างสักเท่าไรกับตัวฉัน

ที่ยังรอดวงตะวันขึ้นมาใหม่ ให้คืนมาพบกัน

หวังว่าสักวันหนึ่งจะได้สัมผัสกับสิ่งที่ใฝ่ฝัน

และสิ่งนั้นที่ฉันต้องการคือเธอ ให้กลับมาปลอบใจ

ฟ้ากับตะวัน นัท มีเรีย

 

            ปกติท้อฟไม่ค่อยชอบแสงแดดหรืออากาศร้อนๆเท่าไรหรอกครับ แต่การที่ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์นานๆแบบนี้ก็คิดถึงมันเหมือนกันครับ ที่พัทยาทุกเช้าท้อฟจะออกไปดูว่าพระอาทิตย์จะกลับมาหาหรือยัง แต่ก็ยังไม่มาครับเสียที จนกระทั่งกลับมากรุงเทพฯ ถึงจะกลับมาเหมือนเดิม (แถมยังร้อนกว่าเดิมจนไม่อยากคิดถึงอีกด้วย)

            วันก่อน หลังจากไม่ได้กลับบ้านคนเดียวมานาน และแล้วก็ได้กลับบ้านคนเดียว ปกติเวลากลับจากสีลมจะเป็นช่วงเย็นที่พระอาทิตย์ลาลับเหลี่ยมมุมตึกระฟ้าไปเรียบร้อยแล้ว นานแล้วที่ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ค่อยๆตกที่สีลมแบบนี้ เป็นภาพที่คุ้นเคยสำหรับเมื่อก่อน ได้กลับมายืนมองคนเดียวแบบนี้ก็สวยดีเหมือนกันครับ

 

ตะวันลับฟ้าเมื่อตอนเย็นๆ จะเป็นเวลาที่ใจหาย

ปลายท้องฟ้ากับแดดรำไร ฉันเหมือนใจจะขาด

ยังกังวล ห่วงใครบางคนที่ไม่อาจพบและเจอ

ยังคิดถึงเธอทุกที...ที่อยู่คนเดียว

คิดถึงเธอทุกที...ที่อยู่คนเดียว MR. Saxman Feat. Jennifer Kim        

           

เวลาฟังเสียงแซ็กโซโฟนในเพลงนี้ทีไร นึกถึงพี่ชายทุกทีเลยครับ พี่โน้ตเป็นพี่ชายที่ท้อฟรักมาก ตอนนี้เขาเรียนหมออยู่ที่สงขลา ก็เลยไม่ได้อยู่ด้วยกัน พี่ชายของท้อฟชอบเป่าแซ็กโซโฟนครับ แล้วท้อฟชอบเพลงนี้มากถึงมากที่สุด เขาเคยบอกว่าอยากเล่นเพลงได้ ถ้าเล่นได้จะเล่นให้น้องฟัง

เพลงนี้ชื่อ คิดถึงเธอทุกที...ที่อยู่คนเดียวครับ แล้วคุณคิดว่าคนขี้เหงาอย่างท้อฟ คน ที่อยู่คนเดียว บ่อยๆอย่างนี้ จะ คิดถึงเธอทุกทีบ่อยแค่ไหนกัน

อยากถามคนนั้นเหมือนกันครับว่า... มีฉันไหมเวลาที่ฝัน หรือว่าลืมทุกเรื่องราว ยังคิดถึงฉันหรือเปล่าเมื่ออยู่คนเดียว

 

แปลกดีครับ พอย้อนกลับมาดูบรรดาเพลงที่เลือกมา ก็ล้วนเป็นเพลงที่บ่งบอกถึง ความคิดถึง เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ถนนสายนี้ สายน้ำไม่ไหลกลับ ไม่หลับไม่นอน เสียดาย ฟ้ากับตะวัน หรือ คิดถึงเธอทุกที...ที่อยู่คนเดียว

นี่คงบอกอะไรคุณได้อย่างหนึ่งแล้วล่ะครับว่าท้อฟเป็นคนยังไง...ใช่ไหมครับ

 

ตอนหน้าจะเป็นเพลงที่ 8... เรื่องคืนนั้น ครับ...

 

เสียดาย คำร้อง สีฟ้า ทำนอง กฤษณ์ โชคทิพย์วัฒนา เรียบเรียง ชนินทร์ วรากุลนุเคราะห์

ฟ้ากับตะวัน คำร้อง วรัชยา พรหมสถิต ทำนอง/เรียบเรียง อภิไชย เย็นพูนสุข

คิดถึงเธอทุกที...ที่อยู่คนเดียว คำร้อง สีฟ้า ทำนอง/เรียบเรียง Randy Canyon 

         

           

 
Photo 1 of 12

ชญาน์ทัต วงศ์มณี

Occupation