| SleeplessToffy's profile(*$*@ToFFy ร้อนแรงทุกสัม...PhotosBlogLists | Help |
|
12 August อย่าบังคับขืนใจให้รักแม่อย่าบังคับขืนใจให้รักแม่
พอถึงวันแม่ทีไร โรงเรียนจะต้องมี ‘พิธีกรรมบูชาแม่’ เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งการขูดรีดบีบเค้นน้ำตาและความซาบซึ้งถึงทรวงจากแม่ลูก โดยกะเกณฑ์บรรดาคุณแม่ทั้งหลายให้นั่งเรียงรายเป็นทิวแถวบนเวที แล้วกวาดต้อนลูกๆ คลานขึ้นไปกราบแทบเท้าแม่ และมอบดอกมะลิ ปิดท้ายด้วยการร่วมร้องเพลง ‘ค่าน้ำนม’ และ ‘ใครหนอ’ ตามธรรมเนียมจึงเป็นอันจบพิธีกรรม รวมไปถึงการประกวดแต่งคำประพันธ์ การอ่านทำนองเสนาะ การประกวดภาพวาด และอีกสารพัดการแข่งขันเพื่อสรรเสริญเทิดทูนบุญคุณแม่ ราวกับว่าเด็กที่ชนะเลิศการประกวดมีความกตัญญูกว่าใครทั้งมวล
ท่ามกลางไออุ่นกรุ่นกลิ่นความรักและดอกมะลิสีขาวบริสุทธิ์นั้น เราอาจกำลังหลงลืมว่า นี่อาจเป็นการสร้างรอยแผลร้าวลึกกลางใจของเด็กที่ไม่มีแม่ ไม่ว่าจะถูกทอดทิ้ง แม่เสียชีวิต พ่อแม่แยกทางกัน ถูกทำร้ายทุบตี หรืออะไรก็ตาม ท่อนหนึ่งของเพลง ‘เรียงความเรื่องแม่’ สามารถอธิบายสภาพปัญหาดังกล่าวได้ดี “กอดแม่อุ่น จริงๆ มันจริงไหม” เด็กที่ไม่มีแม่ซึ่งถูกมองข้ามกลุ่มนี้ บางคนถูกแม่ทอดทิ้งหรือทำร้ายทารุณ ย่อมมีความฝังใจและให้ความหมายของคำว่า ‘แม่’ ที่ต่างออกไปอยู่แล้ว จะมาบังคับให้พวกเขาป่าวประกาศบอกรักแม่ปาวๆ ทำไม มันยิ่งตอกย้ำให้พวกเขารู้สึกขัดแย้งและทับถมว่าตัวเองมีปมด้อยที่เหมือนใครเข้าไปอีก จนหลายคนแทบจะอยากหายไปจากโลกนี้ในวันแม่เสียเลย ไม่เพียงเท่านั้น การจัด ‘พิธีกรรมบูชาแม่’ วิธีดังกล่าว ยังเป็นการยัดเยียดบีบบังคับให้แม่ลูก ‘แสดงออก’ ว่ารักกันตามแบบอย่างของอุดมการณ์ว่าด้วยครอบครัวในจินตนาการ จริงอยู่ว่าความรักเป็นสิ่งงดงาม แต่ในเมื่อมันเป็นเรื่องความรักของแม่และลูก มันจำเป็นต้องมา ‘แสดงออก’ อย่างประดักประเดิดกลาง ‘เวที’ เพื่อประกาศให้คนอื่นรู้ว่าลูกกตัญญูเช่นนี้เชียวหรือ ตกลงเราต้องการให้แม่รู้ว่าเรารักแม่หรือต้องการให้คนอื่นรู้ว่าเรารักแม่กันแน่ ลูกบางคนอาจจะรู้สึกขัดเขินด้วยซ้ำที่ต้องไปกอดแม่ หอมแม่ดังฟอด อย่างที่สังคมให้ภาพ ‘ลูกที่น่ารัก’ ไว้ ไม่เพียงแต่ลูกเท่านั้น แม่บางคนยังเขินกว่าลูกด้วยซ้ำ ขืนให้มาบังคับให้ทำแบบนี้มีอันต้องขำก๊ากฮาแตกทั้งแม่ทั้งลูกกันพอดี นั่นก็เพราะครอบครัวของเขาหล่อหลอมมาจากความรักที่ไม่ถูกจำกัดเพียงแค่การแสดงออกทางกายภาพ ซึ่งนั่นไม่ได้หมายความว่าลูกจะไม่รู้เลยว่าแม่รัก เพียงแค่แม่ไม่ได้บรรจงจูบบนหน้าผากตอนราตรีสวัสดิ์ หรือเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนอย่างที่สื่อชอบเสนอภาพนักหนา แม่เองก็ไม่ได้ต้องการให้ลูกมามอบดอกมะลิให้เพื่อ ‘โชว์’ ใครบนเวที หรือให้ลูกมาเขียนเรียงความสำนึกบุญคุณแม่อย่างที่ภาครัฐชอบให้ทำกันนักเป็นเพราะว่า สังคมให้ความสำคัญกับ ‘รูปแบบ’ มากกว่า ‘เนื้อหา’ และยิ่งไปกว่านั้นเรายังไปให้คุณค่ากับ ‘รูปแบบ’ เพียงไม่กี่รูปแบบเท่านั้น นี่เป็นการผลิตวัฒนธรรมความรุนแรงเชิงโครงสร้างอย่างหนึ่ง ผ่านระบบกลไกการสร้างความแตกต่างแปลกแยก ที่ทำให้เรานิ่งเฉยและมองข้ามความแตกต่างหลากหลายของเพื่อนร่วมสังคม กีดกันและถีบส่ง ‘คนที่ไม่เหมือนเรา’ ให้อยู่ริมชายขอบสังคมที่ต้องการ ‘ความเหมือน’ จะว่าไปก็คล้ายกับที่เราประสบปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั่นแหล่ะ ความรักย่อมเกิดจากความผูกพันผ่านวันเวลาที่ใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ให้ใครมารณรงค์ให้มารักกันตามเทศกาล อย่าใช้ ‘พิธีกรรมวันแม่’ มาบังคับขืนใจลูกให้รักแม่ แต่จงให้แม่ลูกได้เรียนรู้ความสัมพันธ์และตระหนักถึงคุณค่าของกันและกันด้วยตัวเองดีกว่า TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://sleeplesstoffy.spaces.live.com/blog/cns!3CEC8BD3FF6170FA!1165.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|