| SleeplessToffy's profile(*$*@ToFFy ร้อนแรงทุกสัม...PhotosBlogLists | Help |
|
28 August Hello,stranger...‘Hello,Stranger…’
1 มองออกไปอีกในช่วงสองสามสัปดาห์ต่อไปนี้ ชีวิตของผมคงคืนสู่วงจรความวุ่นวายโกลาหลงานลนตูดตามเดิม ยิ่งฉบับนี้ พี่เอก (บก. GM PLUS) ให้โอกาสผมแสดงฝีมือทำสกู๊ปด้วย บวกกับพี่บุ้ยไม่สบาย (ขอให้หายเร็วๆนะครับ) ผมจึงรับงานบางส่วนของพี่บุ้ยมาทำ ดังนั้น อย่าแปลกใจถ้า GM PLUS ฉบับตุลาคม คุณจะเห็นผลงานของผมหลายหน้าสักหน่อย
2 หลังจากไม่เข้าออฟฟิศมาหลายวัน ผมเดินกลับไปออฟฟิศด้วยอาการตัวลีบๆ ในมือก็เอาขนมมาฝากพี่ๆ เป็นเชิงว่า ถึงจะหายไปหลายวัน แต่ก็ยังคิดถึงกันอยู่ (ฮิ้วววว!!) อีกเหตุผลหนึ่งก็คือ กลัวว่าพี่ๆจะบ่นว่าหายหัวไปไหนหลายวันก็เลยเอาขนมมาอุดปาก เอ้ย! ไม่ใช่! นึกในใจอยู่เหมือนกันว่า เอ...จะมีใครคิดถึงเราไหมนะ พอมาถึงโต๊ะทำงานก็สวัสดีคุณเชฟ แล้วก็อ้าปากรับสปาเก็ตตี้ที่คุณเชฟมาป้อนเป็นประจำ แหม...กำลังกินคุณเชฟอยู่เพลินๆก็เหลือบไปเห็นโน้ตจากพี่ยุ้ยวางอยู่ บอกว่ามีคนอ่านโทรมาถามเรื่องสกู๊ปเกย์อ้วน ให้โทรกลับเบอร์ xx-xxx-xxxx ด้วย นั่นไง! มีคนคิดถึงเราด้วยแฮะ! แต่อ่านๆไปก็ตกใจ เฮ้ย! เขาโทรมาตั้งแต่วันอังคารนี่หว่า นี่ก็ปาเข้าไปวันศุกร์แล้ว ผมเลยรีบโทรไปหาเขาเป็นการด่วน คุณเชฟครับ เดี่ยวท้อฟมานะครับ! ขอตัวไปโทรศัพท์ก่อน
3 ผมโทรกลับไปเบอร์ที่ว่านั้น อ้อ!...เสียงผู้ชายรับสายแฮะ น้ำเสียงเขาแปลกใจเล็กน้อยที่ผมโทรไป บางทีเขาคงนึกว่าผมลืมไปแล้ว ผมรู้สึกถึงความประหม่าได้จากน้ำเสียงปลายสายของเขา เอ...เขาคงไม่คุ้นเคยกับการคุยกับคนแปลกหน้าเท่าไรล่ะมั้ง ที่จริงผมเองก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันนั่นแหละที่รู้ว่ามีคนอ่าน (ตั้งแต่ทำงานมาก็ไม่เคยมีคนอ่านเขียนถึงคอลัมน์ที่ผมทำเลย...แอบน้อยใจ) แต่ด้วยงานของผมทำให้ผมพบปะคนแปลกหน้าเป็นประจำ เผลอๆต้องไปคุยเป็นชั่วโมงๆกับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนด้วยซ้ำ ทำให้ผมพอจะสะกดความตื่นเต้นได้ (ยกเว้นกับผู้ชายน้ำยาปรับผ้านุ่ม...อันนี้คงรู้กันดี) เขาถามผมเรื่องสถานที่ในสกู๊ปเกย์อ้วนเพราะเขาอยากลองไปเที่ยวดูบ้าง แต่เขาไม่กล้า ผมยุให้เขาไปแล้วกลับมาเล่าให้ผมฟังด้วย เราคุยกันต่ออีกเล็กน้อย ดูเขาจะผ่อนคลายมากขึ้นทีเดียว ก่อนวางหู เขาขอจดเบอร์ผมไว้ ผมบอกเขาว่ามีอะไรแนะนำนิตยสารของเราก็ยินดีนะครับ โทรมาหาผมได้เลย
4 และแล้วความวุ่นวายก็ถาโถมโหมใส่ดังคาด วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ ผมยังคงต้องทำงานแข่งกับเวลา งานหนังสือไม่เหมือนกับงานอื่น อย่างงานธนาคาร ทันทีที่หมดเวลาทำการ คุณก็กลับบ้านได้เลย แต่กับงานหนังสือนั้น เราอาจจะเข้างานไม่เป็นเวลา แต่เราต้องหาไอเดียกันอยู่ตลอดทุกลมหายใจ ยิ่งกว่านั้น เวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก อาจารย์สอนผมว่า ช้าไปเพียงวินาทีเดียว ข่าวของคุณก็อาจหมดความหมายได้ ผมเองก็ไม่สบายใจเท่าไรเวลาปิดต้นฉบับช้า ยิ่งคอลัมน์ของผมเป็นคอลัมน์ที่ต้องติดต่อประสานงานกับคนเยอะมาก อย่าง New Face ตอนนี้ก็เพิ่มจาก 6 คนเป็น 8 คน! ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะจัดคิวให้ได้ตรงกัน แต่มันก็ท้าทายผมดีชะมัดที่ผมจะต้องไปหาหนุ่มหน้าใหม่จากหลายวงการมาลงเดือนละ 8 คน นั่นแปลว่าผมต้องอ่านหนังสือมากขึ้น สนใจติดตามข่าวสารมากขึ้น ผมชอบนะครับ มันเป็นการบังคับให้ผมฉลาดไปในตัว แต่ถามว่าเหนื่อยไหม...มันก็เหนื่อยเหมือนกัน เมื่อบ่ายวันเสาร์ ผมได้รับข่าวร้ายทางโทรศัพท์จากคนที่ผมนัดสัมภาษณ์ลงคอลัมน์ Sex is เธอขอยกเลิกการสัมภาษณ์ เนื่องจากต้นสังกัดไม่อยากให้เธอมีภาพลักษณ์ข้องเกี่ยวกับเรื่องเพศ!! (ย่ะ! หนังเรื่องกิ๊กๆกั๊กๆที่เธอเล่นน่ะเป็นหนังจักรๆวงศ์ๆเรอะ!) โอ๊ย! เครียดโว้ย! อยากให้งานเสร็จเร็วๆ! นี่ยังเหลืองานอีกบานเบอะ ไหนจะสกู๊ปชิ้นเป้งนั่นอีก แล้วนี่ต้องนัดสัมภาษณ์คนใหม่อีก กรี๊ด! งานลนตูดอีกแล้ว!!!
5 เรื่องซวยยังไม่หมด ผมขับรถไปท่าพระจันทร์แต่ร้านเช่าชุดครุยดันปิดตอนบ่ายสาม แม่ง! ทำไมไม่ดูให้ดีก่อนวะ เสียตังค์ค่าทางด่วน+น้ำมันฟรีๆ ยิ่งจนๆอยู่ ผมเบิ๊ดกะโหลกตัวเองหนึ่งที (จริงๆกะจะกระโดดกัดหูตัวเองเพื่อทำโทษ...แต่ทำไม่ได้) กลับมาบ้านตั้งต้นทำงานอีกรอบแต่ไม่มีอารมณ์ทำ เคาะไม่ออกซักที ผมคงเครียดมากไปมั้ง ขณะกำลังนั่งแหง่วแกร่วอารมณ์อยู่นั้น เบอร์โทรศัพท์ไม่คุ้นเคยก็เข้ามา ใช่...เขานั่นเอง คนอ่านเรื่องเกย์อ้วนคนเดิม เขาถามผมด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักว่า เอาเพื่อนผู้หญิงไปเที่ยวด้วยจะแปลกไหม แหม...เขาไม่ได้ห้ามซะหน่อยนี่ครับ เขาบอกกับผมว่าเขาเป็นเกย์ แต่ไม่มีใครรู้เลย และเขาก็ไม่มีเพื่อนแบบนี้สักคนก็เลยเหงาๆ อยากลองไปเที่ยวแต่ก็ไม่รู้จะไปไหนหรือไปกับใคร ดูเหมือนเขาจะรู้สึกโล่งใจมากขึ้นที่เขาได้คุยกับคนแบบเดียวกัน เขาขอผมเป็นเพื่อน แล้วเรื่องอะไรผมจะปฏิเสธล่ะ ผมมารู้เพิ่มอีกว่าเขาเป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเดียวกับผม โลกกลมจังแฮะ! เขาบอกผมว่า เขาอยากมีแฟนเหมือนกัน เขาชอบคนอายุมากๆ ยิ่ง 40-50 ยิ่งดี ผมหัวเราะลั่น ฮ่าๆ งั้นก็ดีเลย เราจะได้ไม่ต้องแย่งกันเอง ผมบอกเขาว่า ถ้ามีอะไรก็โทรหาผมได้เลยนะ เพราะผมเป็นเพื่อนคุณ (เขาห้ามผมเรียกพี่...คงกลัวแก่นี่เอง) น้ำเสียงของเขาตอนนี้ดูสดใสขึ้นมากกว่าเดิมเยอะ นั่นแหละที่ทำให้ผมสบายใจ อย่างน้อยผมก็ทำให้เขามีความสุข และผมก็มีเพื่อนเพิ่มขึ้นมาอีกคน
6 ผมกลับมาคิดว่า แม้ผมจะรักการอ่านหนังสือแค่ไหน แต่ผมไม่เคยสักครั้งที่จะเขียนจดหมายถึงนิตยสารเล่มนั้น ผมเคยคิดจะเขียนถึงนิตยสาร POP แต่เขาก็ปิดตัวหนีผมไปซะก่อน ครั้งแรกที่เจอพี่หนุ่ม โตมรที่มหาวิทยาลัย ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนที่นั่งข้างๆผมคือบรรณาธิการนิตยสาร GM ที่ผมชอบมาก ทุกวันนี้ผมมักจะตื่นเต้นเสมอว่าพี่เอกเอาจดหมายของคนอ่าน (เกือบเขียนว่า “จดหมายไทร่า” อิอิ) มาแปะไว้ ทุกครั้งที่ผมเดินผ่านตรงนั้น จะต้องคอยลุ้นว่ามีจดหมายใหม่ๆ มาถึงหรือเปล่า ผมชอบอ่านจดหมายของพวกเขาโดยเฉพาะที่เขาบรรจงเขียนใส่กระดาษมาเอง บางคนก็ดทรศัพท์มาถามไถ่อย่างคุณคนนี้ ผมรู้สึกถึงได้ถึงมิตรภาพของคนแปลกหน้า เขาเป็นใครก็ไม่รู้จัก แต่เราต่างก็มีหนังสือเล่มเดียวกันเชื่อมร้อยมิตรภาพนี้อยู่ เราก็เลยไม่ใช่คนแปลกหน้าของกันและกันตั้งแต่นั้น มันคงตื่นเต้นดีนะครับ เวลาเขียนจดหมายถึงคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าแต่คอยเห็นความเป็นไปของเขามาเรื่อยๆ อาจต้องรออีกเดือนหนึ่งกว่าจะได้กลับมาคุยกันผ่านหน้ากระดาษอีกครั้งหนึ่ง ผมรักงานผมก็ตรงนี้ มันทำให้ผมได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ๆเสมอ และข้อความจากพวกคุณนั่นแหละครับที่ทำให้พวกเรามีกำลังใจทำงานลนตูดนี้ต่อไปอย่างมีความสุข ว่าแล้วก็ต้องบอกว่า....พบกันทุกต้นเดือนตามแผงนะครับ (อิอิ...ขายกันเห็นๆ) Comments (18)
TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://sleeplesstoffy.spaces.live.com/blog/cns!3CEC8BD3FF6170FA!1166.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|